มิกโซโลจิสต์บาร์ค็อกเทลชั้นนำชื่อดังจากทั่วโลกบินตรงมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษให้กับ PHRAYA Rum

นงาน PHRAYA presents Meet the Craft : Thailand Rum Cocktail Week 2019

ข่าว PR Focus

อีกหนึ่งงาน festival Thailand Rum Cocktail Week 2019 งานที่คนรัก Rum เฝ้ารอคอย เห็นได้ชัดเจนว่าในปีนี้วงการค็อกเทลบาร์ ในเมืองไทยให้ความตื่นตัวและสนใจเปิดรับเทรนด์ใหม่ๆของการทำค็อกเทลมากขึ้นกว่าทุกปี  อีกทั้งงานนี้ยังกลายเป็นห้องเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้ผู้รัก Rum ได้เทสต์รัมจากหลากหลายแบรนด์ PHRAYA Rum หนึ่งในแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักในงานนี้ ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ให้ผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่อง รัม ได้รับความรู้เพิ่มเติมในกิจกรรมสัมมนา โดยรับเกียรติจากผู้เชียวชาญจาก Guest Mixologists  มาร่วมแชร์ประสบการณ์และสร้างสีสันให้ให้กับ ผู้ผลิต ผู้ค้า มิกโซโลจิสต์ เจ้าของกิจการและผู้บริโภค เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในบรรยากาศสุดชิค และยังได้เพลิดเพลินไปกับ Guest Shift  Bar hopping  เมื่อวันที่ 8-15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

 ในปีนี้ PHRAYA ได้โฟกัสในร้านค็อกเทลบาร์ชั้นนำ 5 เมืองใหญ่ของไทย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุย ภูเก็ต และกระบี่ โดยงานนี้ Guest Mixologist จากบาร์ชั้นนำระดับโลกได้เดินสายไปด้วยกันกับ PHRAYA ถึง 12 บาร์ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  Mixologist แต่ละท่านได้รังสรรค์ Cocktail ที่ดึงความโดดเด่นของ PHRAYA RUM มาใช้กันได้อย่างหลากหลายรสชาติ ทำให้ผู้ชื่นชอบการดื่มและเสพเรื่องราวของค็อกเทลได้สนุกสนานกับการ Hopping เพื่อตามไปลิ้มลอง Cocktail ที่บาร์ต่างๆ  ได้แก่

วันแรกของ Guest Shift เริ่มต้นที่ Liberation Bar โดย Guest Mixologist “Lucie Noppe” มิกโซโลจิสต์ทั้งสวยทั้งเก่ง บินไกลมาจาก Combat bar ประเทศฝรั่งเศส ได้รังสรรค์ Cocktail 4 เมนู Terre, Eau, Feu และ Air ที่เป็นชื่อในภาษาฝรั่งเศส ที่สอดคล้องกับ 4 ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจเกิด PHRAYA RUM นั้นเอง โดยแต่ละแก้วให้ความรู้สึกถึงรสชาติได้ดีตามการตั้งชื่อ เช่น แก้วแรก Terre ที่แปลว่า ดิน ให้ความหนักแน่นสมชื่อค็อกเทล เป็นการทวิสต์ของ daiguiri โดยใช้ PHRAYA เป็นหลักและมีส่วนผสมย่างอื่น น้ำสับปะรดสด น้ำเชื่อม แก้วเหมาะกับการให้ความรู้สึกรีเฟรชชิ่ง อีกหนึ่งแก้วที่ชอบ คือ Feu แปลว่า ไฟ แก้วนี้สายสตรองต้องเลิฟแน่นอน ไม่บ่อยหนักที่เราจะเจอค็อกเทลที่ถูกใจ เพราะการดื่มค็อกเทลแต่ละคนย่อมชอบรสชาติที่ไม่เหมือนกัน อย่างแก้วนี้แค่เห็น ingredients อย่าง celery bitter สามารถจะเดาได้ว่าต้องเผ็ดร้อน เมื่อมาผสมกับ PHRAYA และส่วนผสมอย่างอื่น ทำให้แก้วนี้ได้รสชาติที่น่าสนใจมาก ไม่บ่อยนักที่หาดื่มรสชาติแบบนี้ได้

วันที่สองได้เดินทางมา ที่ Havana Social   โดย Guest Mixologist “Kazuhisa Arai” จาก Sober Company, เซี่ยงไฮ้ เป็นอีกหนึ่งมิกโซโลจิสต์ที่มีความเก่งในการตีโจทย์การทำค็อกเทลโดยใช้ PHRAYAเป็นหลัก ได้ออกมามีรสชาติที่น่าค้นหาในทุกๆแก้ว เช่น Uncoffee Tonic, Garden Seeds, Jasmine Pina Colada, Chaiyo! #2 ยกตัวอย่าง Garden Seeds เป็นแก้วที่น่าค้นมากที่สุด แก้วนี้มีการตกแต่งให้ชวนดื่มเหมือนกำลังเดินเข้าสวนธรรมชาติ แต่มอบความซับซ้อนชวนให้น่าค้นเป็นอย่างมาก เพราะให้รสสัมผัสตั้งแต่ ดม อยู่ในกระพุ้งแก้ม และกลืน ได้ 3 รสชาติ ที่แตกต่างจนต้องตะลึง ส่วนแก้วอื่น ยังได้นำ ชา ที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น มาเป็นส่วนผสมในค็อกเทลมิกซ์คู่กับ PHRAYA Rum ได้ออกมาดีทีเดียวกับแก้วที่ชื่อ ว่า Chaiyo! #2 ให้ฟินปิดท้ายก่อนกลับ
 
วันที่สาม เป็นการ hopping ที่สนุกสานมาก ได้เดินทาง ไปถึง 3 บาร์ด้วยกัน ไฮไลท์ที่แรก มาอยู่กันที่ Bamboo Bar ในช่วงตอนบ่ายกับกิจกรรมสำคัญ คือ การสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับรัม เปิดโอกาสให้คนที่รักรัม ได้เทสต์รัมจาก PHRAYA พร้อมได้รับประสบการณ์ดี ๆ จากมิกโซโลจิสต์ชื่อดัง Tony Pescatori จาก Nightjar ประเทศอังกฤษ ได้มาบอกเล่าเทคนิค Art and Fashion cocktail การคิดที่นอกกรอบในการตกแต่งแก้วค็อกเทล เพราะนอกจากลูกค้าที่มาที่ร้านได้ดื่มด่ำกับรสชาติค็อกเทลที่อร่อยแล้วนั้น แก้วที่ใช้เสริฟ์ให้ลูกค้าก็สำคัญ เพราะสามารถสร้างสีสันให้ค็อกเทลแก้วนั้นๆดูน่าดื่มมากกว่าเดิม ตอนเย็น Tony Pescatori ได้โชว์ฝีมือการรังสรรค์ค็อกเทลถึง 4 เมนู Fedora, Black Gold, Antesala Del Infierno และ Royal Blood  ในค็อกเทลทุกแก้วของ Tony สามารถสะกดให้ทุกคนที่นั่งอยู่หน้าบาร์ไม่กล้าระสายตาเพื่อดูขั้นตอนการทำค็อกเทล เพราะได้บรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน อย่างแก้ว Black Gold ที่ใช้เครื่องมือทำสโมคกี้ ให้เป็นควันในแก้วแล้วปิดไว้ด้วยทาร์ตที่เป็นขนม และรสชาติของแก้วนี้อธิบายออกมาได้ยากจริง เป็นความแปลกใหม่ที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศอังกฤษเลยที่เดียว
หลังจากนั้นมาถึง Vesper Bar  เป็นร้านที่สาวๆ ได้ hopping ที่ฟินมาก Guest Mixologists หนุ่มหล่อทั้ง2 คน Shingo Gokan และ Steve Schneider  ซึ่งเป็น Cofounder  The Odd Couple Shanghai มารังสรรค์ค็อกเทลถึง 8 เมนูให้ได้เลือกดื่มด่ำ เมื่อมาถึงในร้านลูกค้าแน่นมาก นอกจากจะได้ฟินในความหล่อในคาร์เรคเตอร์ที่ต่างกันแล้ว ในเรื่องของดริ้งของแต่ละท่าน ยังทำให้ต้องตะลึงในรสสัมผัสค็อกเทลที่ใช้ PHRAYA เป็นเบสได้ออกมาน่าทึ่งมาก เริ่มต้น Cocktail รังสรรค์ โดย Shingo Gokan ทุกแก้วมีความน่าสนใจแตกกต่างกัน ซึ่งแก้วที่ทึ่งมาก ชื่อ Sauvignon Rhum ที่สามารถทำให้ค็อกเทลแก้วนี้ออกมาเป็นรสชาติไวน์ขาวทั้งที่ใช้ PHRAYA Rum ความน่าสนใจคือทำได้อย่างไร และที่รู้มาว่าเค้าใช้ถึง 4 วัน ในเตรียมprep ค็อกเทลแต่ละตัว เรียกได้ว่า craft of refinement จริงๆ ต่อมาเป็น  Steve Schneider รังสรรค์ Cocktail เน้นไปทางสายคลาสิกค็อกเทลซึ่งแฝงไปด้วยรสชาติที่ซับซ้อน ที่ดึงเอกลักษณ์ของรสชาติ PHRAYA ออกมาได้ดีทุกแก้ว ไม่ว่าเป็น การใช้ ชาไทย น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ใครไม่มาพูดเลยว่าพลาดที่สุด
เมื่อเดินทางมาถึงร้าน Eat Me Restaurant  ต้องตกใจกับเหล่าแฟนคลับมารอเจอ Mixologist Idol  Shelley Tai ที่เธอทั้งน่ารักทั้งเก่ง ซึ่งก่อนบินมาไทยเธอเพิ่งได้รับรางวัลใหญ่มามาดๆงานนี้เธอไม่ได้มาคนเดียวพา Head Bartender Samuel Kwok จาก Quinary ที่ Hong Kong ในปีนี้ติดอันดับ 10 จากรายการ Asia 50 Best Bar 2019 อีกด้วย ค็อกเทลที่นำได้นำเสนอ ใน 4 เมนู เป็นเมนูที่ดื่มง่ายให้ความอร่อย แถมยังใช้เบคอนเพื่อผสมผสานความเป็น Eat me ในแก้วที่ชื่อว่า Happiness Can Buy เป็นแก้วที่มาถึงร้าน ไม่สั่งไม่ได้แล้ว

ปิดท้ายงาน PHRAYA presents Meet the Craft: Thailand Rum Cocktail Week 2019 ที่ Q&A Bar พบกับ Mixologist Ryuichi Saitoh จาก Trunk (Hotel) ประเทศ ญี่ปุ่น มามอบประสบการณ์พิเศษในการทำค็อกเทลที่คล่องแคล่วว่องไว ถึง 4 เมนู แต่ละตัวมีความน่าค้นหาต่างกัน แต่เอกลักษณ์ของบาร์ญี่ปุ่นยังคงเลือกใช้ชา มาทำค็อกเทล อย่างเมนู Lemongrass Houjicha Daiquiri ที่ใช้ชา โฮจิชา บวกกับการใช้รัม คุณภาพที่ดี อย่าง PHRAYA ทำให้ได้รสชาติประทับใจมิรู้ลืม

ร่วมติดตามกิจกรรม PHRAYA presents Meet the Craft : Thailand Rum Cocktail Week งานที่คนรักรัมไม่ควรพลาด ได้ที่  https://www.facebook.com/phrayaagedrum/  ที่จะให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงรสชาติถึงความยูนีคของ PHRAYA Gold Rum  ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Craft of Refinement เกิดมาจากแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากธาตุทั้ง 4 ธาตุดิน: การใช้วัตถุดิบจากอ้อยที่มีแหล่งกำเนิดในจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นับว่ามีดินที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ธาตุน้ำ: การใช้น้ำที่บริสุทธิ์ในกระบวนการผลิตจากแม่น้ำท่าจีน ธาตุไฟ: การบ่มจากถังไม้โอ๊กที่ผ่านการลนไฟอ่อนๆ เพื่อกระตุ้นเนื้อไม้ มอบกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และ ธาตุลม: ที่ตั้งของโรงเก็บบ่มใกล้ทะเลสาบที่มีลมเย็นพัดผ่านตลอดปี โดยใช้เวลาบ่มยาวนานถึงระหว่าง 7-12 ปีอย่างละเมียดละไม เป็นที่ทราบกันดีรู้อยู่แล้วว่าความท้าทายของการบ่มรัมในประเทศไทย คือสภาพภูมิอากาศเขตร้อนที่จะทำให้รัมระเหยไปส่วนหนึ่ง แต่ข้อดีคือทำให้ได้มาซึ่งรสชาติที่ลุ่มลึก มีความซับซ้อน เป็นเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นหอมนำจาก วานิลลา และรสหวานที่แฝงด้วยเครื่องเทศและซิตรัส จนขึ้นแท่นรัมระดับชั้นนำของโลก การันตีด้วยรางวัลระดับโลก อาทิ รางวัลเหรียญเงินจาก International Wine & Spirit Competition 2018 และรางวัลที่นำความภาคภูมิใจสู่คนไทย คือ “World Rum Awards 2017” และยังได้รับยอมรับเรื่องคุณภาพจากบาร์ชั้นนำทั่วโลกอีกด้วย
#MeetTheCraft #PHRAYARUM #GoldRum #AgedRum #ThailandRumCocktailWeek

 

News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
News PRfocus
         
News PRfocus
News PRfocus
     
 
บริษัท พีอาร์ โฟกัส จำกัด
1575/1 อาคาร ชัยสงวน ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กทม. 10400

Offfice : 02-654-7551-2 Fax : 02-654-7553 Email : prfocus@truemail.co.th

Copyright©prfocus 2015 , Allright Reserve.